<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันชี้ชะตา &#039;กำนันสุเทพ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นทางประเทศ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดินทางมาถึง &amp;quot;จุดตัด&amp;quot; หรือ &amp;quot;จุดเปลี่ยน&amp;quot; อีกครั้ง ซึ่งก็สุดแต่เรียก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องแรกที่ต้องบันทึก &amp;quot;วัคซีนโควิด-๑๙&amp;quot; ที่รัฐบาลจัดหา มาถึงไทย &amp;quot;เป็นปฐมเที่ยว&amp;quot; ๑๐ โมงเช้า นี้ ที่สุวรรณภูมิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นวัคซีนซิโนแวค ๒๐๐,๐๐๐ โดส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนแอสตราเซเนกา ๑๑๗,๐๐๐ โดส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนต่อไป...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (ศบค.) ทำหน้าที่กระจายตามกลุ่มเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓ แสนกว่าโดสนี้ อยู่ในขั้น &amp;quot;เรียกน้ำย่อย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อย่าเพิ่งหงุดหงิดหรือพูดมากให้เป็นที่รำคาญไป ใจเย็นๆ เมนคอร์ส จะค่อยๆ ทยอยลำเลียงมาเต็มโต๊ะ รวมกว่า &amp;nbsp;๖๐ ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อ่านเมนูให้เสียวแขนไปพลางๆ ก่อนได้จึ๊กนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย.๖๔ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซิโนแวค&amp;quot; ๒ ล้านโดส จะทยอยมา ต่อจาก ๒ แสนโดสวันนี้ ตามตารางเวลา ดังนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีนา ๖๔ จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมษา ๖๔ มาอีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ โดส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แอสตราเซเนกา&amp;quot; ๒๖ ล้านโดส ก็จะไล่หลังมาติดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิ.ย.๖๔ จำนวน ๖,๐๐๐,๐๐๐ โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรกฎา ๖๔ จำนวน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงหา ๖๔ จำนวน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่เป็น ๒๖ ล้านโดส ที่สั่งตอนแรก ส่วนอีก ๓๕ ล้านโดส ที่สั่งเพิ่มเติม บริษัท แอสตราเซเนกา จัดตารางส่ง ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กันยา ๖๔ จำนวน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุลา ๖๔ จำนวน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤศจิกา ๖๔ จำนวน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ โดส และ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธันวา ๖๔ จำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบ็ดเสร็จ ตีซะว่าคนละ ๒ เข็ม ก็ได้ฉีดกันครึ่งประเทศ &amp;nbsp;แค่นี้ก็เหลือแหล่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคนครึ่งประเทศไม่มีเชื้อแพร่ คนต่างประเทศที่เดินทางมาก็ฉีดแล้ว คนที่ไม่ได้ฉีดอีกครึ่ง เชื้อที่ไหนจะมาระบาดใส่ได้ล่ะ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ากลัวน้อยหน้า เอ็งได้ฉีด ข้าไม่ได้ฉีด ก็อย่าเพิ่งตีกัน &amp;nbsp;ตกปลายปี วัคซีนจะบานตะไท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสยามไบโอไซเอนซ์ เมื่อผลิตครบออร์เดอร์แล้ว จะผลิตให้ไทยฉีด ครบรายหัว-รายคน อาบด้วยก็ยังไหว ฉะนั้น อย่าดรามากันจนเลอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงฉีดแล้วก็อย่าชะล่าใจว่าโควิดติดไม่ได้ ผมว่านะ ถ้าจะให้ปลอดภัย ทั้งฉีด-ไม่ฉีด ไปไหนๆ สวมหน้ากากอนามัยชัวร์ &amp;nbsp;๙๙%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี ๖๕ โน่นแหละ ค่อยลัลล้ากันให้หายจุกอก ส่วนปี ๖๔ &amp;nbsp;นี้ เอากันพอหายคันก็พอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องโควิด ฉีดประเทศใด-ประเทศหนึ่ง ไม่มีความหมาย &amp;nbsp;ต้องได้ฉีดเหมือนๆ กันทั้งโลก อย่างน้อยก็ครึ่งโลก อานิสงส์ถึงจะครอบจักรวาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมมุติฉีดประเทศเดียว ประเทศอื่นยังไม่ได้ฉีด หรือฉีด แต่การระบาดในประเทศนั้นๆ ยังแรงอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ยังไปมาหาสู่กันไม่ได้ บ่มิไก๊อยู่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งในภาพกว้าง หมายถึง &amp;quot;กำลังซื้อ&amp;quot; ก็ยังไม่มี หรือมี แต่ยังอ่อนแอ การมีวัคซีน ก็ยังไม่ส่งผลทางเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น การเชียร์เรื่องวัคซีน ต้องเชียร์ให้มี-ให้ฉีดทั้งโลก &amp;nbsp;แบบนั้น จะเกิดอานิสงส์มากที่สุด โดยเฉพาะไทยเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าลืมว่า รายได้หลักของเรามาจาก ๒ ทาง คือสินค้าส่งออก และการท่องเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ ส่งออกเริ่มฟื้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การท่องเที่ยวยังตายสนิท ท่องเที่ยวนี่ นอกจากสร้างรายได้มหาศาลแล้ว ยังเป็นธุรกิจอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบทางตรงทุกหย่อมหญ้าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนมีโควิด เราบูมมาก ปี ๖๑ หลั่งไหลมาร่วม ๔๐ ล้านคน เม็ดเงินจากท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากคนต่างชาติ กว่า ๓ &amp;nbsp;ล้านล้านบาท สูงอันดับ ๔ ของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วมันก็หายวับไปกับตา กว่า ๓ ล้านล้านนั้น จะกลับมา ก็ฝากความหวังไว้ที่วัคซีนโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเรา ระบาดแบบจุ๋มจิ๋ม นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้อยู่แล้ว เขาจึงไม่กลัวที่จะเข้ามาไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราตะหากที่กลัวเขา!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเขาติดโควิดกันเป็นงาน-เป็นการเหลือเกิน ดังนั้น ลุ้นให้เขาได้ฉีดกันมากๆ มีภูมิคุ้มกันกันแล้ว จะได้เดินทางมาฉลองชีวิตใหม่ที่ไทย &amp;quot;เมืองฟ้าอมร&amp;quot; มากๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกเรื่องที่ต้องลุ้นวันนี้ มีผลใน &amp;quot;เส้นทางสายเปลี่ยน&amp;quot; ทางการบ้าน-การเมืองมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ ตอน ๙ โมงเช้า ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา ๗๐๔
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดี &amp;quot;กบฏ กปปส.&amp;quot; ที่นายสุเทพ &amp;nbsp;เทือกสุบรรณ กับคณะ รวม ๓๙ คน เป็นจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓๙ คน มีใครบ้าง เชิญตรวจหวย....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ๒.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ๓.นายชุมพล จุลใส ๔.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ๕.นายอิสสระ สมชัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๖.นายวิทยา แก้วภราดัย ๗.นายถาวร เสนเนียม ๘.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ๙.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ๑๐.นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๑.พลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ ๑๒.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ๑๓.นายยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ ๑๔.นายถนอม อ่อนเกตุพล ๑๕.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๖.นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พุทธะอิสระ ๑๗.นายสาธิต เซกัล ๑๘.นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ๑๙.พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี ๒๐.พลเรือเอกชัย สุวรรณภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒๑.นายแก้วสรร อติโพธิ ๒๒.นายไพบูลย์ นิติตะวัน &amp;nbsp;๒๓.นายถวิล เปลี่ยนศรี ๒๔.เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ ๒๕. นายมั่นแม้น กะการดี ๒๖.นายคมสัน ทองศิริ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒๗.พลเอกปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ๒๘.นายพิภพ ธงไชย &amp;nbsp;๒๙.นายสาวิทย์ แก้วหวาน ๓๐.นายสุริยะใส กตะศิลา ๓๑. นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓๒.นายสุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ ๓๓.นายสำราญ รอดเพชร ๓๔.นายอมร อมรรัตนานนท์ ๓๕.นายพิเชฐ พัฒนโชติ &amp;nbsp;๓๖.นายสมบูรณ์ ทองบุราณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓๗.นายกิตติชัย ใสสะอาด ๓๘.นางทยา ทีปสุวรรณ และ &amp;nbsp;๓๙.นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ ๗ ปีที่รอคอย แห่งการตัดสิน.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีประวัติศาสตร์ อันไม่ปรากฏที่ไหนมาก่อน ว่าจะมีมวลมหาประชาชนมากกว่า ๕ ล้านคนออกมาขับไล่รัฐบาลพร้อมๆ กัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ระหว่าง ๒๓ พ.ย.๒๕๕๖ &amp;nbsp;จนถึง ๑ พ.ค.๒๕๕๗
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาเมื่อ ๒๔ ม.ค.๖๑ ในความผิดฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมกันเป็นกบฏ, ก่อการร้าย, ล้มล้างระบอบปกครอง, &amp;nbsp;มั่วสุมชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เช้านี้ ที่ ๒๔ กุมภานี่แหละ จะได้ทราบว่าคำตัดสินจะออกมาแบบใด?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินจะชี้ชะตาอนาคตรัฐมนตรี ส.ส.และข้าราชการการเมืองหลายคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าผิด....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงแม้ศาลชั้นต้น ตามกฎหมายใหม่ ต้องพ้นสภาพทันที ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐(๗)!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ต้องลุ้น แม้กับตัวกำนันสุเทพเองก็เถอะ จากคำตัดสินวันนี้ ประหนึ่ง &amp;quot;ชี้เป็น-ชี้ตาย&amp;quot; ทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าผิด จบการเมืองตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไม่ผิด กำนันสุเทพ เท่ากับพ้นคำสาปตัวเอง ควรกลับสู่สนามการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ประชาชนตัดสินอีกครั้ง ว่าจะเอา-ไม่เอา ผ่านสนามเลือกตั้งครั้งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ไม่มีอะไรคุย นอกจากลุ้น!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94037</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุเทพ  เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุเทพ&#039; ยื่นฟ้องแล้ว &#039;สุทิน&#039; หมิ่นประมาทเอี่ยวโฮปเวลล์ ส่ออ่วม!คดีแพ่งตามมาติดๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.64 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสุเทพ &amp;nbsp;เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตาม ป.อาญา ม.326, 328 กรณีนายสุทินอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2564 โดยมีเนื้อหาพาดพิงนายสุเทพเรื่องโครงการโฮปเวลล์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังยื่นคำฟ้องต่อศาลแล้ว นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ว่า นายสุทินอภิปรายในสภากล่าวหาว่าตนได้กระทำการด้วยความประมาทเลินเล่อในกรณีโฮปเวลล์ แล้วทำให้รัฐเสียหาย 26,000 ล้านบาท หาว่า พล.อ.ประยุทธ์ ช่วยเหลือตน พยายามประวิงเวลาไม่ให้ตนถูกดำเนินคดี ให้คดีหมดอายุความก่อน ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ ส.ส.อภิปรายในสภาคิดเอาเองว่าได้รับความคุ้มครองจากกฎหมาย พูดอะไรก็ได้ เราก็จะเห็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล มี ส.ส.หลายคนพูดจาไม่เหมาะสม ไม่พูดความจริง บิดเบือน ด่าว่านายกฯ และรัฐมนตรีอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในสภา เขาทำได้เพราะมีกฎหมายคุ้มครอง แต่ว่ากฎหมายได้ปกป้องสิทธิคนที่อยู่นอกสภา ถ้าพาดพิงถึงบุคคลภายนอกเสียหาย กฎหมายไม่คุ้มครอง บุคคลภายนอกฟ้องคดีต่อศาลได้ ตนต้องการทำให้เห็นเป็นกรณีตัวอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีของผม ผมจำเป็นต้องทำ เพราะว่านักการเมืองพวกหนึ่งทำงานกันเป็นขบวนการ พูดโกหก พูดบิดเบือน พูดใส่ร้าย แล้วก็เอาไปเผยแพร่ในโลกโซเชียล ทำซ้ำๆ บ่อยๆ คนก็จะเชื่อ สังคมก็คล้อยตาม ผมจำเป็นที่จะต้องปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรีของผม ผมเคยถูกคนพวกนี้กระทำอย่างนี้มาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้และต่อไปนี้ผมจะไม่ยอมแล้ว ผมจะดำเนินการคดีทุกกรณี&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อไปว่า กรณีโฮปเวลล์ที่อภิปรายเป็นตุเป็นตะในสภาว่าตนเป็นผู้ทำละเมิด ทำให้ประเทศเสียหาย ข้อเท็จจริงคือการตัดสินใจยกเลิกสัญญากับบริษัทโฮปเวลล์ ได้กระทำโดยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลก่อนที่ตนจะไปดำรงตำแหน่งเป็น รมว.คมนาคม เขามีมติกันเสร็จเรียบร้อย ตั้งกรรมการพิจารณาว่าจะต้องยกเลิกสัญญาอย่างไร อาจจะต้องทำแผนรองรับอย่างไร เพราะบริษัทโฮปเวลล์ได้สัญญาสัมปทานไปแล้วไม่สามารถก่อสร้างให้สำเร็จได้ตามสัญญา เปอร์เซ็นต์ของเนื้องานที่ได้ประเมินติดตามกัน 6-7 ปี ก่อนหน้านั้น แสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่สามารถทำได้ บริษัทก็ขอแก้สัญญาหลายครั้ง รัฐบาลก่อนหน้านั้นก็ช่วยแก้สัญญา เมื่อเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ รมว.คมนาคม ก่อนหน้าตน ก็เสนอเรื่องเข้าสู่ ครม. แล้วมีมติให้กระทรวงคมนาคมยกเลิกสัญญากับโฮปเวลล์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ตนเข้ามาทีหลัง ก็มอบอำนาจให้นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินการตามมติ ครม. พิจารณาในการร่างหนังสือบอกเลิกสัญญาจะต้องทำอย่างไร มีตัวแทนอัยการสูงสุด กฤษฎีกา หลายฝ่ายมาประชุมหลายครั้ง ทั้งหมดมีหลักฐานข้อเท็จจริง เมื่อได้ข้อสรุปจะบอกเลิกสัญญาอย่างไร ตนในฐานะ รมว.คมนาคม ก็ลงนามในหนังสือบอกเลิกสัญญา หลังจากนั้นมีรัฐบาลมาอีกหลายรัฐบาล 23 ปีมาแล้ว พรรคเพื่อไทยเองเคยเป็นรัฐบาล มีคนของพรรคเป็นรัฐมนตรีหลายคน ไม่เห็นออกมาดำเนินการอะไร วันนี้มากล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นนายกฯ หลังเหตุการณ์ 20 กว่าปีมาแล้วว่าไม่ปกป้องประโยชน์ชาติ ช่วยเหลือตน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมจะเรียนว่าข้อเท็จจริง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พยายามที่จะปกป้องผลประโยชน์ประเทศ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบรวบรวมหลักฐานเหตุการณ์ทั้งหมด เพราะเรื่องมันผ่านมา 20 กว่าปีแล้ว เดี๋ยวนี้ผมคิดว่ารัฐบาลจะมีข้อมูลครบถ้วน รมว.คมนาคม คนปัจจุบันก็ได้ช่วยรวบรวมหลักฐาน เอกสารทั้งหลาย พยานทั้งหลายครบถ้วน เขาจะต้องดำเนินการต่อไปตามกระบวนการของกฎหมาย นี่เป็นข้อเท็จจริง สิ่งที่ ส.ส.สุทิน เอาไปพูด ไม่ทราบว่าเขาคิดอย่างไร แต่ว่าไม่พูดความจริงทั้งหมด พูดเฉพาะในประเด็นว่าผมเป็นคนลงนามในหนังสือบอกเลิกสัญญา แต่ไม่ได้พูดถึงความเป็นมาก่อนหน้านั้นและหลังจากนั้น ผมก็ตั้งใจว่าจะเอาความจริงทั้งหมดมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันในศาล ผมไม่ต้องการเห็นการโจมตีใส่ร้าย แล้วก็ทำกันเป็นขบวนการเอาไปเผยแพร่ในโลกโซเชียล เพื่อที่จะทำลายของเครดิตฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ ยังระบุถึงเลขคดีที่ศาลรับไว้ในระบบว่า ศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.359/2564 นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 31 พ.ค. 2564 ส่วนค่าเสียหายจะดำเนินการฟ้องทางแพ่งทีหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93429</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโฮปเวลล์, สุทิน, สุเทพ  เทือกสุบรรณ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602def42bc02d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2019 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2019 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กำนัน&#039;ไปเรือนจำเยี่ยมแกนนำพันธมิตรฯ - &#039;จตุพร&#039;เงิบ!ไม่ใช่คนสำคัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.62-&amp;nbsp;นายสุเทพ &amp;nbsp;เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ให้สัมภาษณ์หลังวานนี้ เดินทางเข้าเยี่ยมนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลำดับ 7 พรรครวมพลังประชาชาติไทย และแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หลังถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 8 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ เปิดเผยว่า คนเหล่านี้เคยร่วมต่อสู้กับตนตั้งแต่ กปปส. เมื่อเขาถูกต้องคดี แม้ว่าไม่ใช่คดีที่เกี่ยวกับ กปปส. แต่ก็รู้สึกสะเทือนใจ เพราะว่าคดีที่เขาถูกจำคุกนั้นเป็นคดีที่เขาออกมาต่อสู้กับระบอบทักษิณเหมือนกัน วันนี้ตนจึงหาเวลาที่จะมาเยี่ยมเพื่อไถ่ถามทุกข์สุขและให้กำลังใจกัน การเข้าเยี่ยมพูดคุยในวันนี้ไม่ว่าจะเป็นคุณสุริยะใส คุณจำลอง คุณสมศักดิ์ โกศัยสุข และคนอื่นๆ ทุกคนต่างมีกำลังใจดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยังให้กำลังใจตนเสียอีกว่าให้ทำงานการเมืองเพื่อประชาชนต่อไป ซึ่งตนก็รู้สึกสบายใจ ก็จะคอยดูแลเรื่องอาหารการกินเท่าที่จะช่วยได้ ก่อนหน้านี้ตนติดภารกิจที่ต้องเดินคารวะแผ่นดินทุกจังหวัด จนกระทั่งเมื่อวานภารกิจเสร็จสิ้นในวันนี้จึงเดินทางเข้าเยี่ยมแกนนำพันธมิตรฯทั้ง 6 คน โดยหลังจากนี้ก็จะเดินทางไปหาเสียงต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ ยังกล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธ์ ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติท้าดีเบตว่า&amp;quot;ผมไม่ให้ความสำคัญ เขาไม่ใช่คนสำคัญ เราไม่ให้ความสำคัญ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29748</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ดีเบต, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, รปช., สุริยะใส กตะศิลา, สุเทพ  เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190223/image_big_5c70acfaefaaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รื้ออนุคตช.ปราบโกงเล็งอยู่ถาวร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คตช.ยกเครื่องอนุปราบโกง ตั้งรองนายกฯ คุมขับเคลื่อน เล็งหากลไกรองรับเป็นองค์กรถาวร ไม่โดนยุบหลังรัฐบาลหมดวาระ &amp;quot;สุเทพ&amp;quot; ดอดแจง ป.ป.ช.ปมจำนองที่ดินสมุยทุนทำ กปปส. &amp;quot;น้องแบม&amp;quot; ยื่นใบสมัคร ป.ป.ท.ขอนแก่นแล้ว องค์กรต้านคอร์รัปชันแนะตีความธรรมาภิบาลใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;(คตช.) แถลงผลการประชุม คตช. ครั้งที่ 1/2561 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธาน คตช.มอบหมายให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน คตช.เป็นประธานการประชุมแทนว่า ที่ประชุมมีการรับทราบการดำเนินงานของ คตช.ที่ผ่านมา โดยคณะที่ 1 อนุกรรมการด้านปลูกฝังจิตสำนึกได้แจ้งผลงาน โครงการโตไปไม่โกง เพื่อปลูกสร้างคุณธรรมที่เข้มแข็งให้เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับรางวัลระดับเอเชีย ในด้านการนำการตลาดเข้ามาเปลี่ยนแปลงค่านิยมของคนในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะที่ 2 อนุกรรมการด้านการป้องกันการทุจริต ได้เสนอผลงานในการลดโอกาสการทุจริต และขับเคลื่อนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 คณะที่ 3 อนุกรรมการปราบปรามการทุจริตได้เสนอผลการดำเนินการในคดีต่างๆ อาทิ คดีคลองด่านที่มีการรื้อฟื้นจนศาลปกครองกลางสามารถพิจารณาคดีนี้ใหม่อีกครั้งได้ ยังมีคดีเงินทอนวัด &amp;nbsp;คดีจำนำข้าว ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการชุดนี้ยังได้ดำเนินการจัดทำปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ แบบบูรณาการมาตราส่วน 1:4,000 เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งขณะนี้ได้รอการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคณะที่ 4 อนุกรรมการด้านการประสานงานข้อตกลงคุณธรรม ได้ดำเนินการให้มีผู้สังเกตการณ์ในการจัดซื้อจัดจ้างระหว่างส่วนราชการกับผู้ประกอบการ ตั้งแต่กระบวนการจัดทำเอกสารประกวดราคาจนถึงขั้นตอนส่งมอบงาน ซึ่งถือเป็นข้อตกลงคุณธรรม หากเห็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องในขั้นตอนใดสามารถแจ้งให้คณะอนุกรรมการทราบเพื่อปรับปรุงแก้ไขได้ต่อไป โดยคณะอนุกรรมการชุดนี้สามารถดำเนินการประหยัดงบในการจัดซื้อจัดจ้างได้ 21,800 ล้านบาท ใน 79 โครงการที่เข้ามาร่วมกับรัฐบาลชุดนี้ ทั้งในส่วนราชการรัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว 11 แห่ง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 68 แห่ง ทั้งนี้จะมีการยกระดับค่าดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์ปัญหาคอร์รัปชันในประเทศ (CPI) ของประเทศไทย จากเดิมปีที่ผ่านมาเราได้ 37 เต็ม 100 ซึ่งเป็นลำดับที่ 96 จาก 180 ประเทศ
ยกเครื่องทีมปราบโกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินครั้งต่อไปของ คตช.นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงและตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มขึ้น โดยคณะอนุกรรมการชุดที่ 3 ด้านการปราบปรามการทุจริตจะมีความเข้มข้นขึ้น โดยจะให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเพื่อขับเคลื่อนงานในด้านนี้ และตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นใหม่ ชื่อคณะอนุกรรมการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการต่อต้านทุจริต เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลให้เด่นชัดเป็นรูปธรรม ซึ่งภาครัฐและเอกชนจะต้องมาทำงานร่วมกันและคิดร่วมกัน รวมถึงตั้งคณะอนุกรรมการเร่งรัดติดตามการดำเนินการตามมติ คตช.เพื่อติดตามการปฏิบัติงาน ขณะที่การทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ที่แม้ไม่มีการตั้งคณะอนุกรรมการ แต่มีคณะทำงานชุดย่อยที่อยู่ในฝ่ายเลขานุการ ป.ป.ท.จะทำหน้าที่ดังกล่าว เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงพิษภัยคอร์รัปชัน&amp;quot; พ.ท.กรทิพย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหลายคนใน คตช.ได้เสนอว่าจะทำอย่างไรให้กลไกการแก้ไขปัญหาการทุจริตของ คตช.มีอยู่ต่อไปอย่างถาวร ไม่หมดหน้าที่หรือถูกยุบไปพร้อมกับรัฐบาลเมื่อหมดวาระ แต่ตั้งให้เป็นองค์กรตามกฎหมายที่มีสถานะมั่นคงและถาวร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ โพสต์ภาพนายสุเทพ &amp;nbsp;เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าเดินทางมาทำเนียบรัฐบาลเพื่ออะไร ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นายสุเทพได้เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถนนพิษณุโลก ซึ่งอยู่ติดกับศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สำนักงาน ก.พ.เดิม) ตรงข้ามทำเนียบฯ เพื่อให้ถ้อยคำต่อคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจำนองที่ดินบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 25 ล้านบาท เพื่อนำมาเป็นทุนประเดิมตั้งเวที กปปส.เมื่อช่วงเดือน พ.ย.56 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินหลังพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. นายสุเทพมีทรัพย์สินและหนี้สินเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทำให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ตั้งข้อสังเกตว่า หนี้สินก้อนหนึ่งที่มาจากการจำนองที่ดินเกาะสมุยจำนวน 25 ล้านบาทนั้น ไม่ได้เป็นการซื้อขายจริง รวมทั้งราคาจำนองที่ดินเกินจริง โดย ป.ป.ช.อาจพบความผิดปกติในการแสดงบัญชีทรัพย์สินหลังพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.ดังกล่าว จึงได้ตั้งคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงขึ้นมา และได้ให้นายสุเทพมาให้ถ้อยคำอย่างละเอียดในวันดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เขตพื้นที่ 4 ขอนแก่น น.ส.ปณิดา &amp;nbsp;ยศปัญญา หรือน้องแบม บัณฑิตคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้ที่ออกมาเปิดโปงการทุจริตโครงการเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เดินทางเข้ายื่นใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครงานกับนายทองสุข ณ พล รักษาการผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ท. เขตพื้นที่ 4 ขอนแก่น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทองสุขกล่าวว่า วันนี้เป็นเพียงการรับใบสมัครของน้องแบม เพื่อดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนของทางราชการในการรับเข้าทำงานที่ ป.ป.ท.เขต 4 ขอนแก่น โดยหลังจากที่ ป.ป.ท.เขต 4 &amp;nbsp;ขอนแก่น รับใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครเข้าทำงานแล้ว จะทำการส่งต่อไปยัง ป.ป.ท.ส่วนกลางเพื่อให้ได้พิจารณาตำแหน่ง&amp;nbsp;
น้องแบมสมัคร ปปท.แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านน้องแบมกล่าวว่า ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคนที่มอบโอกาสเข้าทำงานเป็นข้าราชการตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก โดยได้มายื่นใบสมัครตามระเบียบของทางราชการ ยืนยันว่าจะตั้งใจทำงานและยึดอุดมการณ์ความถูกต้องเช่นเดิมเพื่อตอบแทนประเทศชาติต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท.กล่าวว่า เขตจะส่งต่อมายัง ป.ป.ท.ส่วนกลางเพื่อให้ประเมิน ก่อนส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อหารือว่า ก.พ.จะใช้วิธีการแบบไหน เช่นให้สอบข้อเขียนหรือสอบสัมภาษณ์ โดยอยู่ในส่วนของกระบวนการคัดสรร ไม่ใช่การสอบคัดเลือก โดยกระบวนการทั้งหมดช้าสุดไม่เกินสิ้นปีนี้ ซึ้งขณะนี้มีตำแหน่งว่าง 2 ตำแหน่ง คือ นักสืบสวนสอบสวน และนักวิชาการยุทธศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ในงานสัมมนาวิชาการครบรอบ 20 ปีแห่งการสถาปนาสถาบันพระปกเกล้า &amp;nbsp;มีการจัดเสวนาเรื่อง &amp;quot;ธรรมาภิบาลในศตวรรษที่ 21: แนวคิดสู่การปฏิบัติในสังคมไทย&amp;quot; โดยมีนายปกรณ์ &amp;nbsp;นิลประพันธ์ เลขาธิการ ก.พ.ร., นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย และ น.ส.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้าร่วมเสวนา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปกรณ์กล่าวว่า หลักธรรมาภิบาลนั้นคือเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ดังนั้นเราควรเน้นเรื่องการสร้างและการพัฒนาคนให้มีจิตสำนึก ให้สิ่งเหล่านี้อยู่ในใจ รวมทั้งเรื่องความโปร่งใสซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะจะทำให้เห็นปัญหาและรู้ว่าควรแก้ไขอย่างไร ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงพยายามเปิดไฟให้ทุกระบบ เพื่อให้เห็นถึงเรื่องที่เป็นปัญหา ในมาตรา 59 เรื่องการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ได้เป็นความลับราชการ &amp;nbsp;มาตรา 76 การบริหารบ้านเมืองที่ดี และปัจจุบันเราพยายามทำเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานราชการทุกหน่วยงานทั้งหมด และเปิดสู่สาธารณะเพื่อป้องกันการทุจริต ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งทำเรื่องนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายมานะกล่าวว่า ปัญหาคือธรรมาภิบาลไม่มีความหมายที่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับการตีความของแต่ละฝ่าย ทั้งนี้มองว่าการใช้ธรรมาภิบาลนั้นเป็นกฎเกณฑ์ที่ทำให้เกิดการสละอำนาจในการใช้ดุลยพินิจส่วนตัว สู่กระบวนการตรวจสอบ ถ่วงดุล และทำให้เกิดการตัดสินใจบนพื้นฐานผลประโยชน์ส่วนรวม &amp;nbsp;เพราะกฎหมายสามารถตีความออกซ้ายหรือขวาได้ ดังนั้นควรมีเรื่องการตรวจสอบถ่วงดุลและการตรวจสอบจากสังคมเข้ามาช่วย แต่สิ่งที่ทำลายหลักธรรมาภิบาลในบ้านเรามาจาก 3 ปัจจัย คือ 1.อภิสิทธิ์ชน &amp;nbsp;2.อุปถัมภ์ 3.อำนาจนิยม ซึ่งสร้างปัญหาเรื่องธรรมาภิบาลแล้วยังเอื้อให้เกิดการทุจริต ทั้งนี้เราต้องตีความหลักธรรมาภิบาลเพื่อสร้างบรรทัดฐานธรรมาภิบาลขึ้นมาใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ถวิลวดีกล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีคำว่าธรรมาภิบาลอยู่ 2 คำ ซึ่งธรรมาภิบาลจะเป็นสิ่งที่ทำให้ระบบประชาธิปไตยยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการหย่อนบัตรเลือกตั้ง และทำให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นในสังคม แต่ในขณะนี้สังคมยังเดินไปไม่ถึงประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล ซึ่งขณะนี้คิดว่าเราเดินถูกทางแต่ยังเดินไปไม่ถึง เพราะเรื่องธรรมาภิบาลจะอาศัยแค่ภาครัฐหรือราชการไม่ได้ ต้องมีการตรวจสอบที่เป็นอิสระและประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งจะทำให้เกิดธรรมาภิบาลอย่างแท้จริงไม่ใช่แค่ลมปาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16746</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุเทพ  เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d44db872ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กำนันสุเทพ&#039; แฉข้อเท็จจริงที่ &#039;จูดี้&#039;ปฏิเสธไม่ได้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.61 - นายสุเทพ &amp;nbsp;เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ &amp;nbsp;ไลฟ์สดหัวข้อ&amp;quot;ข้อเท็จจริงที่ &amp;quot;พล.ต.อ.พงศพัศ&amp;quot; ปฏิเสธไม่ได้!&amp;quot;ผ่านเฟสบุ๊กว่า กรณีการกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเกี่ยวกับการจัดจ้าง โครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตนได้นำเอกสาร หลักฐานทั้งหมดยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ครบถ้วน &amp;nbsp;แล้วได้นำมาแสดงให้พี่น้องประชาชนที่สนใจติดตามเห็นจริงทุกอย่าง ครบถ้วน และเชื่อว่าข้อเท็จจริงเหล่านี้พี่น้องสามารถตัดสินได้ด้วยตัวท่านเอง ที่ผ่านมามีการกล่าวหาตนอย่างเป็นขบวนการ ทั้งจากนักการเมืองที่ต้องการจะเอารัดเอาเปรียบทางการเมืองใส่ร้ายป้ายสีในฐานะที่เป็นคู่แข่งทางการเมือง ร่วมมือกับข้าราชการบางคนบางฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ถ้ามองย้อนหลังไปคงจำได้ในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.พงศพัศ &amp;nbsp;พงษ์เจริญ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ลงแข่งขันกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ &amp;nbsp;บริพัตร ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยได้หยิบเรื่องโรงพักที่สร้างไม่เสร็จ มากล่าวหาว่าเพราะมีการทุจริต &amp;nbsp;พยายามจะพูดจาให้คนเข้าใจว่าทั้งหมดเป็นความผิดของตน โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษในขณะนั้น &amp;nbsp;เป็นผู้ดำเนินการในการจัดทำสำนวนเรื่องนี้แล้วออกมาแถลงต่อสาธารณชนหลายครั้ง และเป็นที่น่าสังเกตว่าการแถลงข่าวของนายธาริต แถลงข่าวปกป้อง พล.ต.ท.พงศพัศ ว่าไม่รู้เรื่องและไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะที่แถลงข่าวใส่เสื้อหาเสียงหมายเลข 9 ของพรรคเพื่อไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวว่า วันนี้ขอเสนอหลักฐานที่เป็นเอกสารทางราชการของสตช. ที่แสดงให้เห็นว่าพล.ต.ท.พงศพัศ &amp;nbsp;รู้เรื่องและมีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจใช้วิธีการจัดจ้างแบบหนึ่งแบบใด รวมทั้งเรื่องการประกวดราคา การอนุมัติราคา การอนุมัติให้ทำสัญญาจ้างมาโดยตลอด เอกสารชุดแรก มีทั้งหมด 3 &amp;ndash; 4 ฉบับ อาทิ วันที่ 30 มี.ค. 2552 แต่งตั้ง พล.ต.ท.พงศ์พัศ เป็นประธานคณะกรรมการกำหนดทีโออาร์ ว่าด้วยการจัดจ้างโครงการก่อสร้างที่ทำการสถานีตำรวจ โดยมีคำสั่งที่ &amp;nbsp;สตช. 203 / 2552 มอบหมายให้พล.ต.ท.พงศพัศ เป็นประธานคณะกรรมการฯ และมีคำสั่งให้รายงานต่อผบ.ตร. ทราบ เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ต่อมาเป็นเรื่องที่เสนอให้เปลี่ยนวิธีการจัดจ้างจากที่ แบ่งเป็น 9 สัญญารวมเป็นสัญญาเดียว ซึ่งคนที่ลงนามเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่เรื่องจะถึง พล.ต.อ.ปทีป &amp;nbsp;ตันประเสริฐ คือ พล.ต.ท.พงศพัศ &amp;nbsp;โดยสาระสำคัญ คือ ได้เรียนผบ.ตร.พิจารณาแล้ว เห็นควรดำเนินการตามเสนอ แปลว่า &amp;nbsp;พล.ต.ท.พงศพัศ &amp;nbsp;เห็นชอบ เห็นควร ให้เปลี่ยนวิธีการจัดจ้าง จากแบบแยกสัญญาเป็น 9 สัญญา มาเป็น สัญญาเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่ได้บอกว่าพล.ต.ท.พงศพัศ ทำผิด แต่เป็นการเอามาชี้แจงให้เห็นว่าที่เขาปฏิเสธว่า ไม่รู้ไม่เห็น ไม่ได้เกี่ยวข้องเลย &amp;nbsp;ทั้งหมดเป็นความผิดของผม และพล.ต.อ.ปทีป มันไม่จริง เพราะจริงๆแล้ว เพราะกว่าจะถึง พล.ต.อ.ปทีป มาก็ต้องผ่าน พล.ต.ท.พงศพัศ มาก่อน&amp;rdquo; นายสุเทพ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้ หลังจากที่อนุมัติให้มีการจัดจ้างโดยวิธีการประมูล แบบอีอ๊อคชั่นครั้งเดียว และทำสัญญาเดียว สตช.ก็ไปดำเนินการ มีการประกวดราคา จนได้ผู้รับจ้างและในขั้นตอน ก่อนที่จะอนุมัติราคา ที่ผู้เสนอราคาต่ำสุดในการประมูล ก่อนอนุมัติให้ทำสัญญานั้น มีขั้นตอนหลายขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอน การประกวดราคาแบบอีอ๊อคชั่น และต้องไปตกลง &amp;nbsp;วงเงินค่าการก่อสร้าง กับสำนักงบประมาณ ทุกขั้นตอนเหล่านั้น ผ่านการเห็นดี เห็นชอบ การตัดสินใจของ พล.ต.ท.พงศพัศ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ตนต้องนำเอกสารหลักฐานมาแสดงต่อพี่น้องประชาชน เพราะวันนี้พรรคเพื่อไทยยังดิ้นรนที่จะกล่าวหา ตนไม่ต้องการมาหักล้าง มาต่อสู้ เอาแพ้เอาชนะกับพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ที่เอาเรื่องนี้มาบอกประชาชน เพราะจะบอกว่าการทำงานการเมืองในลักษณะนี้เป็นการเมืองที่เรียกว่า การเมืองน้ำเน่า เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น เหยียบหัวคนอื่นเพื่อให้ตัวเองได้ดี &amp;nbsp;ตนจะไม่ทำอย่างนี้ &amp;nbsp;วันนี้ที่เอามาแสดงไม่ต้องการที่จะกล่าวหาพล.ต.ท.พงศพัศ &amp;nbsp;เพียงแต่ต้องการทำความจริงให้ปรากฏว่า ขนาดความจริงเป็นอย่างนี้ยังมีการบิดเบือนทางการเมืองอย่างที่เรียกว่าหน้าไม่อาย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า เมื่อมาร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) จะไม่ทำงานการเมืองแบบน้ำเน่าแบบนั้น เลิกกันที ที่ไปโต้ตอบกันทีด่ากันไปด่ากันมา และไม่กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16495</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีสร้างโรงพัก, คดีโรงพัก396แห่ง, พล.ต.ท.พงศพัศ  พงษ์เจริญ, สุเทพ  เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b87d56d0ef5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2018 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2018 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สุเทพ” แจง สตช.ไม่เคยเสนอวิธีจัดจ้างโรงพักให้ครม.อนุมัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำนันสุเทพไลฟ์สด สวนอนุกรรมการไต่สวนของป.ป.ช. เข้าใจผิด สับสน &amp;nbsp; แจง สตช.ไม่เคยเสนอวิธีจัดจ้าง ให้ครม.อนุมัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ &amp;nbsp;เทือกสุบรรณ &amp;nbsp; ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย และ อดีตรองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ไลฟ์สด ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว &amp;nbsp;ชี้แจง กรณีสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า วันนี้เป็นเรื่องข้อกล่าวหา ของอนุกรรมการไต่สวนของป.ป.ช. ข้อที่ 5 ที่มีการกล่าวหาว่า &amp;nbsp;ท่านซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลงาน สตช.อยู่ในขณะที่ &amp;nbsp;สตช.เสนอเรื่องดังกล่าวให้พิจารณา &amp;nbsp;ทราบอยู่แล้วว่าสตช. ต้องไปดำเนินการก่อสร้างจัดจ้างเป็นรายภาค &amp;nbsp;ตามที่สตช.เสนอและครม.มีมติอนุมัติๆไว้แล้ว &amp;nbsp;และท่านได้เห็นชอบแล้ว &amp;nbsp;ดังกล่าวข้างต้น แปลความง่ายๆว่า ผมซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบสตช.ทราบอยู่แล้วว่าครม.มีมติ ให้ดำเนินการจัดจ้างเป็นรายภาค ตามที่สตช.เสนอไป &amp;nbsp; แต่ผมกลับไปเปลี่ยนแปลง วิธีการจัดจ้างเสียใหม่ &amp;nbsp;ผมขอกราบเรียนว่า &amp;nbsp;นี่เป็นความสับสน &amp;nbsp;เป็นความเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงของ คณะ อนุกรรมการไต่สวนของป.ป.ช.เพราะข้อเท็จจริงคือว่า ทางสตช. ไม่เคยเสนอต่อครม.ให้พิจารณาวิธีการจัดจ้าง เพราะสตช.ทราบดีว่า ผู้ที่จะมีอำนาจพิจารณาเรื่องวิธีการจัดจ้างคือ ผบ.ตร.ซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการ &amp;nbsp;เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;อนุกรรมการไต่สวนของป.ป.ช. ไปสับสนเรื่องที่สตช.เสนอครม.เปลี่ยนรูปแบบการลงทุนจากเดิมที่ครม.อนุมัติให้ใช้วิธีแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ &amp;nbsp;ให้บริษัทธนารักษ์ฯ ดำเนินการ แต่เมื่อครม.มีมติวิธีนั้นไว้แล้ว ครม.ได้สั่งสตช.ว่าไปดูในรายละเอียดไปปรึกษาสำนักงบฯ ปรึกษากระทรวงการคลัง ว่าทั้งหมดจะต้องใช้งบเท่าไร บทบาทแต่ละหน่วยงานเป็นอย่างไร สตช.ก็ไปตั้งคณะกรรมการแล้วทำหนังสือลงวันที่ 14 พ.ย.2551เสนอต่อนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เพื่อนำเสนอต่อครม. แตสาระสำคัญในหนังสือฉบับนี้เขาอ้างมติครม.เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2550 เขาก็ไปทำตั้งคณะกรรมการ เสร็จแล้ว เขาเห็นว่า &amp;nbsp;ถ้าใช้วิธีการลงทุนโดยการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ตามที่ บริษัทธนารักษ์ฯ เสนอนั้นในเวลา 5 ปี จะต้องใช้เงินแพงกว่า การตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีปกติถึง 4,717 ล้านบาท สตช.จึงบอกว่า แนวทางนี้ไม่เหมาะสมเป็นภาระผูกพันกับรัฐบาลสูงมากและไม่เหมาะตามข้อเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2551 &amp;nbsp;จึงขออนุมัติครม. ขอให้สตช.ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารสถานีตำรวจทดแทน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวอีกว่า โดยวิธีการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีและผูกพันงบประมาณ 3 ปี เขาเสนอขอเปลี่ยนรูปแบบวิธีการลงทุน อนุกรรมการไต่สวนของป.ป.ช.ไปคิดเอาเองว่าที่เสนอนี้คือการขอเปลี่ยนวิธีการจัดจ้าง &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นผมได้กราบเรียนคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ว่าครม.ไม่เคยพิจารณาเรื่องวิธีการจัดจ้างและครม.ไม่เคยมีมติว่าด้วยการจัดจ้างเพราะฉะนั้นที่ อนุกรรมการไต่สวนของป.ป.ช.กล่าวหาว่าผมทราบอยู่แล้วว่าครม.อนุมัติวิธีการจัดจ้างไว้ จึงเป็นการเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงครม.ไม่ได้เป็นคนอนุมัติการจัดต่าง แต่ผมเป็นคนอนุมัติเอง อนุมัติตามหนังสือที่ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ ผบ.ตร.เสนอเมื่อวันที่ 18 พ.ย.2552ว่า ขอเสนอวิธีการจัดจ้างรวมเป็นสัญญาเดียว เพราะกฎหมายงบประมาณเขียนเอาไว้โครงการเดียวเงินก้อนเดียว ผมเป็นคนอนุมัติ เมื่อวันที่20พ.ย.2552 และที่อนุกรรมการไต่สวนของป.ป.ช.บอกว่าผมทราบว่า ครม.เป็นผู้อนุมัติวิธีการจัดจ้าง ผมจึงบอกว่าของอนุกรรมการไต่สวนของป.ป.ช.เข้าใจผิด เพราะฉะเมื่อผมอนุมัติด้วยข้อเท็จจริง มันก็ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นความผิดและที่จะเป็นหลักฐานยืนยันอีกชิ้นคือหนังสือยืนยันจากเลขาธิการครม.ที่ตอบไปยัง สตช.ว่า ตามที่เสนอขออนุมติโครงการก่อสร้างฯสถานีตำรวจนั้นครม.ได้ประชุมปรึกษากันลงวันที่17 ก.พ.2552ลงมติอนุมัติหลักการโครงการก่อสร้างฯสถานีตำรวจ เขาอนุมัติหลักการวิธีการก่อสร้างไม่ได้อนุมัติวิธีการจัดจ้าง ความชัดเจนอยู่ในหนังสือของเลขาครม.ที่แจ้งมติครม.ไปให้ ผบ.ตร.ได้รับทราบตามที่ลงหนังสือในวันที่ 3 มีนาคม 2552&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16188</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรครวมพลังประชาชาติไทย, สตช., สร้างโรงพักทดแทน, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สุเทพ  เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b066cc2d3d7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
